Anthony Eaton

นักเขียนนิยายประวัติศาสตร์ที่เก่งมากที่สุด

รู้จักชีวิตที่เป็นดั่งเกม ด้วยหนังสือ หากชีวิตเป็นดั่งเกม

หนังสือแนวการพัฒนาตัวเองเข้ามาในบ้านเราเยอะมาก คนนั้น คนนี้แปลกันเต็มไปหมด บางเล่มก็ไม่ดี บางเล่มก็ดีมาก อ่านจบรู้สึกเกิดพลังในการขับเคลื่อนตัวเองไปข้างหน้าเลย หนังสือแนะนำวันนี้ก็เช่นกัน ชื่อหนังสือก็น่าสนใจ ด้านในก็น่าสนใจ เชื่อว่านี่จะเป็นหนึ่งในหนังสือพัฒนาตัวเองเล่มโปรดของใครหลายคน

หากชีวิตเป็นดั่งเกม นี่ไงล่ะ กติกา

หนังสือเล่มนี้แปลชื่อไทยค่อนข้างยาวทีเดียว หากชีวิตเป็นดั่งเกม นี่ไงล่ะ กติกา เป็นชื่อหนังสือของเราวันนี้ หนังสือเขียนโดย Cherie Carter-Scott แปลโดย พรเลิศ อิฐฐ์ และ วิกันดา พินทุวชิราภรณ์ หนังสือมีความหนาประมาณเกือบสองร้อยหน้า ใช้กระดาษปอนด์ในการจัดพิมพ์ทำให้อ่านสบายตา จับเปิดหน้ากระดาษไม่ขาดง่าย เนื้อหาของหนังสือจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวแนวคิดในการใช้ชีวิตที่เราอาจจะรู้ หรือ ไม่รู้มาก่อน บางคนรู้แต่เลือกจะมองข้ามไปก็มีหนังสือเล่มนี้จะมีข้อความกระตุกความคิดของเราให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง

กฎ 10 ในการเล่นเกมชีวิต

หนังสือเล่มนี้ผู้เขียน จะบอกเล่าเรื่องราวของการเล่น เกมชีวิต (หมายถึงการดำเนินชีวิต) อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ทำอย่างไรจะล้มแล้วลุกขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง ผ่านกฎทั้งหมด 10 ข้อด้วยกัน กฎแต่ละข้อก็จะแทนตัวแต่ละบทไปพร้อม เรื่องราวภายในบทได้แก่ กฎข้อที่ 1 คุณจะได้รับร่างกาย เมื่อเราเปิดเข้าไปก็จะพบข้อความ เรื่องราวต่างๆ ที่แสดงออกถึงแนวคิดจากนักคิด นักเขียน ดารา เซเลป กลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จเค้ามีความคิดอย่างไร เค้ามีแนวทางอย่างไรอ่านได้จากเล่มนี้เลย ตั้งแต่กฎข้อที่ 1 ถึงกฎข้อที่ 10 จะทำให้เราเปลี่ยนทัศนคติได้ดี

ทัศนคติจะเปลี่ยนแปลงไป

จุดประสงค์สำคัญของหนังสือพัฒนาตัวเองสายนี้ คือการเปลี่ยนแปลงแนวคิด หรือ ทัศนคติของเราเสียใหม่ ซึ่งเล่มนี้ก็ทำออกมาได้ดีเสียด้วย หากเราตั้งใจอ่านทีละหน้าอย่างช้าๆ  คิดตามแนวคิดเหล่านั้น จากนั้นค่อยๆ หยิบมาปรับใช้ส่วนตัวเชื่อว่ามันสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติเราได้ หากเราเปลี่ยนทัศนคติก็จะทำให้พฤติกรรมเราเปลี่ยนแปลงไปด้วยหากอยากสำเร็จก็ต้องคิดให้ได้อย่างคนที่เค้าประสบความสำเร็จ แล้วเราจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปสู่ความสำเร็จจนได้ หรือหากเราประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง อยากก้าวขึ้นไปอีกหนังสือเล่มนี้ก็ช่วยได้ ไม่แนะนำให้อ่านรวดเดียวจบเพราะทำอย่างนั้นเราจะไม่ได้อะไรเลย เหมือนแค่อ่านจบแต่อ่านแล้วไม่เกิดประโยชน์ตามจุดประสงค์ของคนแต่ง คนแปล จริงๆ เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาจุดเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง หนังสือเล่มนี้ขอแนะนำ

บทเรียนชีวิต จากแฮร์รี่ พอตเตอร์ หนังสือเล่มสำคัญของเหล่ามักเกิ้ล

วัยรุ่นช่วงยุค 90 จะเติบโตมาพร้อมกับอะไรที่เป็นตำนานหลายอย่าง หนึ่งในของวิเศษวัยรุ่นยุคนั้นต้องผ่านมา นั่นคือ การได้อ่านหนังสือวรรณกรรมเยาวชนชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ เหล่าพ่อมดแม่มดในโลกเวทย์มนต์ได้ร่ายเวทย์จนทำให้ใครหลายคนหันมารักการอ่านได้ นอกจากความสนุกสนานในโลกเวทย์มนต์แล้ว วรรณกรรมเรื่องนี้ยังสอดแทรกแนวคิดจนทำให้คนอ่านได้ตกผลึกเรื่องราวดีๆ มากมาย อย่างล่าสุดได้มีการหยิบวรรณกรรมชุดนี้มาถอดบทเรียนชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

บทเรียนชีวิต จากแฮร์รี่ พอตเตอร์

แม้จะเป็นเรื่องราวของเด็กชายผู้มีแผลเป็นสายฟ้าในโลกเวทย์มนต์ แต่การผจญภัยของเค้าและผองเพื่อนก็สร้างความประทับใจ ผสมผสานเป็นบทเรียนชีวิตสอนใจคนอ่านได้มากทีเดียว ล่าสุดหนังสือชื่อว่า บทเรียนชีวิต จากแฮร์รี่ พอตเตอร์โดยผู้เขียน Jill Kolongowski แปลโดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล ได้เดินทางมาถึงชุมชนเหล่ามักเกิ้ลแล้ว ราคาเปิดตัวมาไม่แพงเท่าไร เพียงแค่ 160 บาทเท่านั้น (หากซื้อออนไลน์)

ข้างในมีอะไรบ้าง

หนังสือเล่มนี้จะถอดบทเรียนชีวิตของเด็กหนุ่มนามว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ การผจญภัยตั้งแต่เด็กก้าวเข้าสู่วัยหนุ่ม จนถึงวัยผู้ใหญ่เข้าต้องพบพานกับเรื่องอะไรบ้าง สุข เศร้า เหงา ซึม ต่อสู้ ประทับใจ โดยจะบอกเล่าแนวคิดเรื่องราวจากเหตุการณ์ต่างๆ ในหนังสือตลอด 7 เล่ม ไม่เพียงแค่นั้นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้จะมาบอกความหมายของเวทมนตร์บทต่างๆ ที่เราเคยกวัดแกว่งไม้กายสิทธิ์กันว่ามันมีความหมายอย่างไร ถึงเวลาไปเที่ยวฮอกวอตส์กันอีกรอบแล้ว

การบอกเล่าผ่านเวทมนตร์

เมื่อกี้เกริ่นไปว่า ผู้เขียนเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวผ่านเวทมนตร์ ชื่อบทจะใช้ชื่อคาถานำมาก่อน เช่น ลูมอส คาถาไฟฉายคาถาแรกที่หลายคนท่องเป็น นอกจากเล่าเรื่องของคาถาลูมอส ยังเล่าถึงการค้นพบ การมองโลกในแง่ร้าย (ตีความหมายของไฟฉาย = มองหา) หรือ เอกซ์เปกโต พาโตรนุ่ม คาถาผู้พิทักษ์ที่หลายคนชื่นชอบ ในหนังสือเล่มนี้จะเล่าถึงความโดดเดี่ยว มิตรภาพ และสังคม เรื่องราวการเชื่อมต่อระหว่างคนด้วยกันเกิดจากคาถานี้(ใครอ่านจะรู้เลยว่า คาถานี้มีผลต่อเนื้อเรื่องหลายฉาก

ย้อนเวลาด้วยหนังสือ

ไม่เพียงแต่เรื่องราวในหนังสือเท่านั้น ส่วนตัวมองว่าหากเราได้อ่านหนังสือเล่มนี้นอกจากจะอิ่มเอมในการกลับไปสู่โลกเวทมนตร์อีกครั้ง เราจะยังได้ย้อนวัยไปเหมือนเมื่อครั้งได้เป็นมักเกิ้ลเพื่อเข้าไปโลกเวทมนตร์ครั้งแรกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นเชื่อว่าหลายคนอ่านจบจะได้นึกย้อนถึงเรื่องราวความประทับใจเมื่อครั้งวัยเยาว์ วัยรุ่นเหมือนกับแฮร์รี่ อีกด้วย ใครเป็นเหล่ามักเกิ้ลเล่มนี้จัดว่าเป็น side story อีกเล่มควรมี