Anthony Eaton

นักเขียนนิยายประวัติศาสตร์ที่เก่งมากที่สุด

เทคนิคการอ่านหนังสือนิยายให้สนุกสนาน และคุ้มค่า

การอ่านหนังสือนิยายเป็นกิจกรรมที่สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ได้อย่างงายๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะขนาดของหนังสือนิยายส่วนใหญ่จะเป็นเล่มขนาดเล็ก พกพาสะดวก สามารถหยิบขึ้นมาอ่านได้ทุกที่ตามต้องการ เราจึงมักเห็นว่าคนจำนวนไม่น้อยนิยมพกหนังสือนิยายไปไหนต่อไหนมากมายเพื่อหวังว่าจะสามารถทำฆ่าเวลาได้ แต่สำหรับอีกหลายคนที่ต้องการอ่านนิยายให้สนุกและรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแต่ยังไม่รู้ว่าควรต้องอ่านแบบไหนดีลองมาดูเทคนิคการอ่านหนังสือนิยายให้สนุกและคุ้มค่ากันดีกว่า

เทคนิคง่ายๆ ในการอ่านหนังสือนิยายให้สนุกและคุ้มค่า

  1. เลือกซื้อนิยายที่ตนเองชอบ – นิยายที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่ได้หมายความว่าจะเป็นนิยายที่ทุกคนชอบเสมอไป ดังนั้นอย่าตัดสินใจเลือกซื้อนิยายที่ถูกมองว่าโด่งดังอย่างเดียว ให้เลือกซื้อนิยายที่ตนเองรู้สึกว่าชื่นชอบ วิธีการตรงนี้ให้ลองอ่านหน้าปก อ่านปกหลัง หรือหากบางร้านสามารถเปิดเข้าไปดูเนื้อหาคร่าวๆ ได้ก็ลองเปิดดูถ้าชอบก็ตัดสินใจซื้อมาแบบนี้ยังไงก็คุ้มค่า
  2. เลือกอ่านเวลาที่ตนเองว่างจริงๆ เพื่อให้เข้าใจเนื้อหามากที่สุด – การเปิดอ่านเป็นพักๆ บางครั้งอาจทำให้เนื้อหาที่อ่านสับสน จดจำเนื้อเรื่องก่อนหน้าไมได้ รวมไปถึงสมองของเราไม่ได้จดจ่อกับการอ่านอย่างจริงจังทำให้บ่อยครั้งรู้สึกว่าการอ่านนิยายเล่มนี้ไม่สนุก ลองเปลี่ยนตนเองใหม่ให้เลือกอ่านตอนที่ว่างจริงๆ เพื่อจะได้ตั้งใจอ่านกับเนื้อหาในนิยายให้มากที่สุด
  3. มีเวลาอ่านรวดเดียวได้ยิ่งดี – การอ่านนิยายถ้าจะให้สนุกสามารถอ่านรวดเดียวไปจนจบได้เลยจะเป็นอะไรที่ยอดมาก พอตรงไหนไม่เข้าใจก็ย้อนกลับมาอ่านใหม่จะทำให้รู้สึกว่านิยายเล่มนี้มีอะไรน่าสนใจให้ได้ศึกษาอีกไม่น้อย
  4. ไม่มีสิ่งรบกวนจากภายนอก – หลักการอ่านนิยายให้เข้าใจ สนุกสนานกับเนื้อเรื่องมากที่สุดต้องไม่มีสิ่งรบกวนใดๆ ทั้งสิ้นอยู่รอบข้าง อาทิ เสียงวิทยุ โทรทัศน์ เสียงคนคุยกัน และอื่นๆ อีกมากมาย แนะนำว่าให้เลือกหาสถานที่สงบๆ ในการอ่านนิยาย เช่น ห้องนอนเย็นๆ , สวนสาธารณะร่มรื่นเงียบๆ แบบนี้จะทำให้การอ่านนิยายสนุกขึ้นอีกหลายเท่าและรู้สึกคุ้มค่าที่ได้อ่านด้วย
  5. อย่าพึ่งคาดหวังความสนุกมากเกินไป – การที่คนเราคาดหวังสิ่งต่างๆ เป็นเรื่องดีแต่อย่าคาดหวังจนเกินไปนัก หากไม่ได้เป็นอย่างที่คิดจะทำให้รู้สึกไม่คุ้มค่าเปล่าๆ นิยายเองก็เช่นเดียวกันให้คาดหวังความสนุกแต่พองามแล้วจะรู้สึกว่ามันสนุกกว่าที่คิดเยอะเลย อีกอย่างถึงไม่สนุกมากเราก็ยังรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินทีเสียไปไมได้รู้สึกแย่เสียทีเดียว

10 อันดับ หนังสือขายดีของโลกหากมีไว้ก็จะดีมาก

หนังสือยังคงเป็นสิ่งมีค่าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามหนังสือคือแหล่งความรู้ ความบันเทิง ที่ทุกไปมากขนาดไหนก็ตามแต่หนังสือก็ยังคงเป็นสิ่งที่เชื่อว่าหลายคนยังประทับใจกับหลายๆ เล่มไม่รู้ลืม และนี่คือ 10 อันดับหนังสือที่ขายดีของโลกซึ่งคุณอาจเป็นหนึ่งในผู้ครอบครองเล่มใดสักเล่มก็ได้

10 อันดับ หนังสือขายดีของโลกจนถึงทุกวันนี้

  1. คัมภีร์ไบเบิ้ล – คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์คือหนังสือที่ขายดีที่สุดในโลกกว่า 3,000 ล้านเล่ม มีการแปลเป็นภาษาต่างๆ อีก 340 ภาษา เนื่องจากว่านี่คือศาสนาที่มีผู้คนนับถือมากที่สุดในโลกนั่นเอง
  2. คติพจน์เหมา เจ๋อ ตุง – ช่วงปี 2510-2514 หนังสือเล่มนี้ขายดีมากๆ เหตุผลที่ตีพิมพ์เพื่อต้องการให้ชาวจีนมีแนวคิดไปทิศทางเดียวกัน มียอดขายระดับ 820 ล้านเล่มทั่วโลก
  3. แฮร์รี่ พอตเตอร์ – นวนิยายอันดับ 1 ของโลกที่ครองสถิติต่างๆ มาแล้วมากมายซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือยอดขายติดอันดับโลก จากปลายปากกาของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ยอดนักเขียนชาวอังกฤษที่สร้างหนังสือพ่อมดแม่มดน้อยให้ขายออกไปกว่า 400 ล้านเล่มทั่วโลก
  4. The Lord of The Rings – นวนิยายที่ได้รับความนิยมไม่แพ้แฮร์รี่ พอตเตอร์ จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ภาคต่อหลายภาค ได้รับการแปลภาษาถึง 38 ภาษา มียอดขายราว 103 ล้านเล่มทั่วโลก
  5. ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน – เป็นเรื่องของซานติอาโกที่ต้องการเดินทางตามหาขุมทรัพย์ ถือเป็นหนังสือนวนิยายที่สร้างความประทับใจให้คนทั้งโลกอย่างมาก ดูได้จากยอดขายกว่า 65 ล้านเล่มทั่วโลก
  6. รหัสลับดาวินชี – เป็นนิยายที่ต้องบอกว่าท้าทายความเชื่อของศาสนาคริสต์อย่างมาก จากปลายปากกาของแดนน์ บราวน์ หรืออาจด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนอ่านทำให้หนังสือเล่มนี้โด่งดังเป็นพลุแตกทำยอดขายไปกว่า 57 ล้านเล่มทั่วโลก
  7. Twilight – The Saga – นิยายที่ว่าด้วยเรื่องของมนุษย์แวมไพร์ หมาป่า และหญิงสาวแสนสวย แม้ว่าคนจำนวนไม่น้อยจะรู้จักนิยายเรื่องนี้ผ่านภาพยนตร์แต่ตัวหนังสือเองก็ยังทำยอดขายไปกว่า 43 ล้านเล่มทั่วโลก
  8. Gone with the Wind – แปลเป็นไทยว่า วิมานลอย จากปลายปากกา มาร์กาเร็ต มิทเชล นวนิยายย้อนยุคชื่อดังถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาหลายครั้ง มียอดขายทั่วโลกกว่า 33 ล้านเล่ม
  9. คิดอย่างไรให้รวย – นโปเลียน ฮิลล์ คือผู้รังสรรค์ผลงานเล่มนี้ออกมา หลังเกิดวิกฤตการเงินของโลก มีคำแนะนำภายในมากมาย ขายได้กว่า 30 ล้านเล่มทั่วโลก
  10. บันทึกของแอน แฟรงก์ – สาวน้อยผู้จดบันทึกช่วงเวลาที่ชาวยิวถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยวัยเพียง 15 ปีเวลานั้นก่อนเธอจะเสียชีวิตในค่ายกักกัน มียอดขาย 27 ล้านเล่มทั่วโลก

Fire Shadow แสงไฟในเงามืด

Fire Shadow เป็นนวนิยายที่เขียนขึ้นโดยนักเขียนชาวออสเตรเลีย ชื่อของเขาคือ Anthony Eaton เป็นครั้งแรกที่ตีพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ University of Queensland Press ในเรื่องนี้จะเป็นออกเป็น 2 ช่วงเวลาด้วยกัน คือ ช่วงเวลาแรกเป็นเรื่องราวของ Erich Peiters เด็กหนุ่มอายุ 17 ชาวเยอรมัน เนื้อเรื่องของช่วงเวลานี้จะอยู่ ปี 1941 – 1949 ส่วนช่วงเวลาที่สอง คือ เล่าถึงชีวิตของเด็กชายชาวออสเตรเลีย ชื่อว่า Vinnie Santani มีอายุ 17 ปีเท่ากัน เนื้อเรื่องส่วนนี้จะเล่าถึงเรื่องราวของโลกในปัจจุบัน

เรื่องราวคร่าวๆภายในหนังสือเล่มนี้

เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เรื่องราวชีวิตเด็กชายสองคน มีอายุ 17 ปีเท่ากัน โดย Vinnie Santiani เด็กชายอายุ 17 ปี ได้เข้าร่วมรบในสงครามเยอรมัน เป้าหมายคือการได้ต่อสู้กับนายกรัฐมนตรี Adolf Hitler ในปี 1941 แต่ลงท้ายด้วยการกลายมาเป็นนักโทษในประเทศออสเตรเลียในค่ายสงครามหลังจากการต่อสู้ในแอฟริกาเหนือ ครึ่งศตวรรษต่อมา Vinnie Santiani ได้ทำการหลบหนีเข้าไปในสถานที่ห่างไกลของออสเตรเลีย พร้อมกับความพยายามในการรับมือกับการตายของน้องสาว อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่ว่าตัวละครหลัก 2ตัว พวกเขาอยู่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันมันก็เป็นเรื่องจริง ชีวิตของเด็กชายทั้งสองซึ่งมีชีวิตอยู่ในนวนิยายเรื่องนี้ยังคงประทับอยู่ในความทรงจำของผู้อ่านหลายๆคน ตัวละครหลักอีกคนในเรื่องนี้คือ Erich Pieters เขามีอายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น

นวนิยายเรื่องนี้ไม่ได้ใส่รายละเอียดทางกายภาพของเป้าหมายอย่างชัดแจ้งเท่าไหร่นัก หากถ้าพูดถึงในเรื่องของการพรรณาลักษณะของนิสัยตัวละครนั้นทำได้ดีมาก Erich grew เติบโตขึ้นมาในครอบครัวเล็กๆ ที่ประกอบด้วย พ่อ แม่  น้องสาว พ่อของเขาไม่ได้อยู่ดูแลสักเท่าไหร่นัก เพราะพ่อต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารเพื่อไปรบให้กับ Hitler เมื่อสงครามเริ่มขึ้น ในตอนนั้น Erich มีอายุ 17 ปี Erich ได้เซ็นต์ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมรบกับกองทัพ ซึ่งการกระทำนี้สร้างความไม่พอใจ ให้กับ แม่ และน้องสาวของเขาเป็นอย่างมาก แต่ไม่ใช่สำหรับพ่อของเขา พ่อของเขามีความภูมิใจเป็นอย่างมากกับการกระทำของลูกชายและภูมิใจในผู้ชายอีกหลายๆผู้ออกไปรบเช่นเดียวกันกับตัวเขา หลังจาก Erich ออกไปรบในสงคราม เขาได้ถูกจับกุม และถูกส่งไปขังคุกนักโทษค่ายสงครามในประเทศออสเตรเลีย ในขณะที่เขากำลังจะพัฒนาเป็นลูกผู้ชายอย่างเต็มตัวนั้น ความภูมิใจของเขากลับลดน้อยลง แต่เขาพยายามจะเอาชนะความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอันแตกต่างกันกับสิ่งที่เขาเคยอยู่มาพร้อมกับการต่อสู้โรคร้าย Erich เป็นคนฉลาดและใส่ใจกับผู้คนรอบข้าง ดังที่ระบุไว้ในตอนท้ายของนวนิยายเรื่องนี้ ฉันอาจป่วย แต่สายตายังมองเห็น หูยังได้ยิน และความทรงจำของฉันจะเข้มแข็งเหมือนเช่นเคย

A New Kind of Dreaming ความฝันแปลกใหม่

ในเรื่องนี้จะเป็นเด็กหนุ่มที่มีนามว่า เจมี่ ไรลีย์ ที่ถูกโดนจับในคดีในเรื่องข้อหาขโมยรถยนต์ หลังที่ถูกจับไปเป็นที่เรียบร้อยก็ได้ถูกส่งไปยังสถานแปลกใหม่แต่ไม่เคยพบเจอก่อนที่ตัวเขาเองจะเดินเข้าคุกที่ยิ่งกว่านรกที่เรียกเมืองนี้ว่า Port Barren ซึ่งที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่มีความร้อนสูง แล้วเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นโชย แล้วทันใดที่อยู่เขามีความฝันที่แปลกใหม่โดยที่คิดจะเปลี่ยนไปแปลงที่นี่ให้กลับมาดูดีอีกครั้งแต่ดูเมืองว่าผู้คนในเมืองจะไม่ค่อยสู้ดีนัก เขาต้องหาคนที่มาร่วมมือก็คือ ผู้คนในเมืองแต่อุปสรรค์นี้ก็คงจะยากเพราะต้องไปขอร้องความช่วยเหลือว่าพวกเขาจะยอมมาร่วมมือด้วยกันเปล่า หากไม่สำเร็จในงานนี้เขาก็อาจจะไม่รอดในสถานที่ร้อนระอุไปแทบทุกที่ ต้องมาดูว่าผู้ชายที่ชื่อว่า เจมี่ ไรลีย์ จะเปลี่ยนความคิดของผู้คนได้ หรือไม่ ต้องมารอติดตามชม แล้วไปหาซื้อมาอ่านดู

Into White Silence ผจัญภัยใจกลางทะเลสีขาว

เรื่องราวต่อไปนี้มีเป็นกลุ่มเรื่องที่ชอบรักในการผจัญภัยไปในสถานที่ต่างๆ แล้วพวกคนกลุ่มนี้ยังมีความบ้าคลั่ง และความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก แล้วเมื่อในปี 1922 พวกเขาก็ได้ใช้เรือออกสำรวจไปยังขั่วโลกเหนือ ซึ่งที่นั้นจะมีแต่ก้อนหินแล้วน้ำทะเลซะส่วนใหญ่แล้วโดนปกคลุมไปด้วยหิมะ แล้วที่พบเจอแล้วหนักสุดก็จะเห็นว่ามีใจกลางก้อนน้ำแข็ง แล้วยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ในความน่ากลัวยังมีบางอย่างที่แฝงตามมาอยู่ด้วย  แล้วค่อยหลอกหลอนผู้คนที่อยู่กลางทะเลหิมะเข้ามาอยู่เสมอ แต่เรื่องราวนี้จะจบลงอย่างใด แล้วพวกจะพบเจอสิ่งแปลกประหลาดอะไรอีก หรือไม่ แล้วจะหลุดพ้นจากฝันร้ายได้ไหม หลังจากที่เอาความบ้าเข้าไปอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดแห่งนั้น ยังไงก็ช่วยส่งแรกใจมาให้พวกเขาด้วยนะครับ แล้วหาตามซื้ออ่านลองดู

Daywards ดวงอาทิตย์ในวันที่จะตาย

เมื่อคุณผ่านการทำงานที่แสนจะยากเย็นแล้วต้องยืนให้ได้แล้วเจอสิ่งเหตุการณ์ในอนาคตที่ไม่สามารถจะคาดเดาได้เลย เมื่อ ดารา และ พี่ชาย ของเธอร่วมไปถึงญาติพี่น้อง ที่เติบโตมาเป็นครอบครัวขนาดใหญ่แล้วต้องอาศัยอยู่ที่ภูเขาสูงชันมาก แต่เหตุการณ์ที่น่ากลัวยิ่งกว่าในภูเขาที่ชันมาก ยังมีผีที่ดุร้ายตามหลอกหลอนพวกครอบครัวเขาไปแทบทุกที่ มีสิ่งเดียวที่จะหลุดพ้นจะผีร้ายเหล่านี้ ต้องหนีไปพึ่งพาแสงอาทิตย์ที่เรียกว่า Dayward มันมีประสิทธิภาพที่สูงมากแล้วช่วยปัดเป่าทุกอย่างได้ แต่การเดินในเส้นทางเพื่อไปในจุดเป้าหมายมีอุปสรรคมากมายที่ไม่อาจจะคาดคิดได้อยู่เสมอ

Skyfall สีท้องฟ้าที่เปลี่ยนไป

ในวันที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสีแล้วไม่มีความคงเดิมเหลืออยู่ แล้วมันดูช่างน่าหดหู่เสียจริง แล้วจะมีวิธียังไงที่จะให้ท้องฟ้าเหล่านี้มีมีแสงสีที่ลดลงแล้วก็มาเป็นเหมือนเดิม อย่างที่ควรจะเป็นไปได้ แล้วการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ผู้ที่พบเห็นก็คือ ลาลีน่า แมนน์ เป็นคนที่ได้เห็นเหตุการณ์นี้ทั้งหมด เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ทำให้สังคมเปลี่ยนไปจนฝ่าฝืนกฎระเบียบในสังคมที่เคยมีแล้วไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตเลย แต่มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งที่จะดึงตัวเขาเข้าพบสิ่งที่เรียกความ หวาดกลัวแล้วที่ดูเป็นเหมือนนรก แล้วมาดูกันต่อไปว่า ลาลีน่า แมน์ จะสามารถหลุดพ้นชะตากรรมเหล่านี้ได้ไหม แล้วจะทำยังไงให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมต้องรอติดตามกันต่อไปในหนังสือเล่มนี้

Nightpeople คนกลางคืน

นางเอกตัวละครชื่อ ซารีน เป็นลูกคนสุดท้อง แล้วเกิดที่สถานที่ Darklands ซึ่งในความเป็นก็อยู่แถวประมาณชนบทในสถานที่มีแต่ทะเลทราย ในเวลาที่คนแถวนั้นไม่ค่อยจะออกกันแล้วเป็นสิ่งที่เรียกกันว่า Nightpeople ซึ่ง ซารีนมีพันธุกรรมที่แปลกประหลาดแล้วชอบอยู่ในความเพ้อฝันอยู่ตลอดเวลาแล้วไม่สามารถหลุดจากความฝันเหล่านี้ได้สักที จนเมื่อถึงเวลาต่อมาเธอก็สามารถได้พบบางอย่างจากต่างสถานแล้วที่ในที่สุด ตัวของเธอได้เองอย่างปกติ แล้วหลังจากนั้นละ ซารีน จะกลับมาเป็นคนที่มีใจเมตตา หรือไม่ แล้วจะเกิดอาการที่ไม่คุ้นเคยกับคนรอบข้างไหมแล้วรู้สึกที่จะอยู่อยากโดดเดี่ยว ต้องลองดูกันต่อไปว่าจะเป็นยังไง รอติตดามกันดูต่อไป