การบริหารธุรกิจไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ ส่วนหนึ่งขององค์กรที่มีความสำคัญมากก็คือ งานด้านการตลาด เพราะมันคือหัวใจดวงหนึ่งขององค์กรในยุคนี้เลย หากการตลาดดี มาแรง ย่อมทำให้แบรนด์ขององค์กรนั้นแข็งแกร่งมากขึ้น เข้าไปอยู่ในหัวใจลูกค้ามากขึ้นด้วย นักการตลาดจึงต้องคิดกลยุทธ์ใหม่ๆ มานำเสนอมากขึ้น

หนังสือการตลาด ต้องอ่าน

ด้วยความสำคัญระดับนี้ทำให้นักการตลาดตั้งแต่ระดับมือสมัครเล่น ไปจนถึงมืออาชีพองค์กรเล็ก กลาง ใหญ่ ต้องมีการปรับตัวมองหาหนังสืออ่านกันอยู่ตลอดเวลาเพื่อศึกษาองค์ความรู้ใหม่ทางด้านการตลาด จะได้นำมาปรับใช้ได้ ตอนนี้มีหนังสือการตลาดเยอะแยะมากมายในท้องตลาด ทั้งแบบวิชาการจ๋ากับแบบกึ่งวิชาการอ่านสนุก เพลินได้ทั้งสาระและความบันเทิงไปควบคู่กัน เราขอแนะนำสักหนึ่งเล่ม

การตลาดที่ดี เริ่มต้นที่การให้

หนังสือการตลาดเล่มนี้มาแรงมากชื่อว่า การตลาดที่ดีเริ่มต้นที่การให้ เขียนโดย เจย์ เบออร์ แปลโดย ศศิพันธ์ โควาวิเศษสุด หนังสือราคาประมาณเกือบสองร้อยบาท (ไม่แพงนะสำหรับองค์ความรู้ด้านใน) หนังสือมีจำนวน 180 หน้าใช้เวลาอ่านได้เพลินๆ ไม่เกินสัปดาห์ก็น่าจะจบแล้ว

เนื้อหาพูดถึงอะไร

เนื้อหาด้านในพูดถึงเรื่องอะไร เค้ากำลังจะเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีของนักการตลาดยุคใหม่ที่จะต้องไปต่อสู้กับแบรนด์อื่นบนสนามการค้าที่ชื่อว่า “โลกออนไลน์” แน่นอนว่าบนสนามรบแห่งนั้นการตลาดต้องเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิมกับที่เราเคยทำบนโลกออฟไลน์ ตัวหนังสือบอกกับเราเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการต่อสู้บนสนามรบแห่งนี้ภายใต้คีย์เวิร์ดคำว่า Youtility เป็นคำใหม่ที่เกิดขึ้นบนวิถีนักการตลาด เค้าบอกว่าหากเราสร้างสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นกับลูกค้าได้ทุกอย่างจบเลย เราจะได้ลูกค้ามาเป็นขาประจำให้กับสินค้าของเราพร้อมกับบอกต่อแบบไม่ต้องลงแรง

รายละเอียดในหนังสือ

มองลึกลงไปในหนังสือ เค้ากำลังจะแนะแนวทางการสร้าง Youtility ของแบรนด์เราเองให้เกิดขึ้นจนกลายเป็นพลังส่งต่อไปยังผู้บริโภคด้วยหนังสือจะแบ่งออกเป็น สามส่วน แต่ละส่วนก็จะมีบทย่อยลงไปเพื่อให้เข้าใจแต่ละประเด็นได้มากขึ้นด้วย เช่น ส่วนที่หนึ่ง การพลิกกลยุทธ์การตลาด ก็จะบอกเล่าย่อยไปเกี่ยวกับการเป็นที่หนึ่งในใจผู้บริโภค การอยู่ในความคิดของลูกค้า การสร้างการรับรู้ด้วยการทำตัวเป็นเพื่อน เป็นต้น ปิดท้ายหนังสือด้วยตัวอย่างกลยุทธ์ภายใต้คีย์เวิร์ดคำนี้ที่ประสบความสำเร็จเพื่อให้เราศึกษาตัวอย่างดังกล่าว

หนังสือเริ่มนี้ถือว่าเป็นแนวทางด้านการตลาดยุคใหม่ (ผู้เขียนขอนับตั้งแต่ปี 2015 จนมาถึงปัจจุบัน) ที่น่าจะเอาไปปรับใช้กับกลยุทธ์ของแบรนด์ ธุรกิจของเราเอง เชื่อว่าหากทำได้ธุรกิจของเราไปโลดแน่นอน